|

เราเเชทกันอยู่ดีๆ ก็ขอเจอ ไม่นึกไม่ฝัน ไม่คิดอยากจะเจอ ไม่เคยมีอยู่ในหัวสมอง แค่คิดว่าคุยกันเล่นๆ ไม่ได้ซีเรียส แล้วเรารู้สึกแปลกๆอ่ะ เราก็เงียบไปพักนึง บอกว่าคิดดูก่อน อึ้งไปเลย แบบตกใจ เค้าก็ เงียบไปพักนึง เค้าบอกว่าไม่เป็นรัยนะ คิดดูก็ได้ เราก็เออๆ ขอเวลาตอนนี้ยุ่งมาก ( อ้างสุดๆ ) จริงๆแล้วกลัวมากกว่า
เวลาผ่านไปหลายวัน เราก็มัวแต่ง่วนๆทำรายงาน ทำงานไปตามประสา ยังไม่ตัดสินใจอะรัย เราก็เชทกันกันธรรมดา เรื่อยๆ จำได้ว่า เค้าคุยน่ารัก สนุกๆ ร่าเริงๆ ส่วนเราก็เลิกเก๊กแล้ว คุยตลกใส่ตลอด รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง มั่วๆไป
นานๆเข้ามันก็เลยรู้สึกผูกพัน ไม่รู้หน้าตาเป็นงัย แต่คุยด้วยแล้วสบายใจดี ไม่น่าจะเสแสร้งเพราะเราจับไม่ได้นะ ดูเค้าเป็นธรรมชาติ สุ้มเสียง ฟังดูแล้วอบอุ่น เหมือนคนจิตใจดี จากที่ไม่เคยคิดอยากเจอ ตอนนั้นนางเอกชักลังเลซะแระ แต่ก็ยังไม่กล้า ขอคุยกันไปสักพักก่อน
ถ้าเจอกันมันก็ดีเหมือนกันนะ จะได้รู้จักกันไปเลย จะได้มีเพื่อนใหม่อีกสักคนจะเป็นรัยไป อีกใจนึงก็กลัวนะ มันรู้สึกแปลกๆ รู้สึกว่าการรู้จักใครทางเนทมันเป็นเรื่องที่ตลกยังงัยไม่รู้ แค่คุยเฉยๆก็พอว่า แต่ถ้าเจอกัน ไม่รู้ว่าเราจะไปพบกับอะรัย กลัวจะเจอคนไม่ดี แบบพูดโทรนี่ดี ฟังดูอบอุ่น แต่ตัวจริงอาจจะอีกแบบนึงก็ได้ มันกล้าๆกลัวน่ะ ไม่เป็นรัยหรอก ถ้าเห็นไม่ดีก็ชิ่งได้นิเนอะ หลังจากนั่งคิด นอนคิด ตีลังกาคิด หลังจากที่เล่นองค์มานาน...
แต่แล้วในที่สุดวันหนึ่ง... นางเอกก็ตกลงใจที่จะไปพบพระเอก
เรานัดเค้าไว้ที่มอลใกล้บ้าน ห่างประมาณแค่ 5นาทีเอง เอาสะดวกเราไว้ก่อน ยิ่งไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วย นัดไว้ประมาณบ่ายๆ ค่ะ ตอนนั้นสองจิตสองใจ ว่าจะยกเลิกดีมั๊ย มันรู้สึกแปลกๆอ้ะค่ะ ไม่เคยนัดเจอคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อน ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย

คืนก่อนวันเจอกันก็ทำตัวปกติ ไปเรียน ทำการบ้าน ก็นอนดึกอีกเหมือนเคย จะนอนเร็วมันก็นอนไม่หลับค่ะ ผิดเวลา ตื่นก็เที่ยงๆค่ะ รีบกระโดดผึงอาบน้ำแต่งตัว ลองชุดโน๊น ชุดนี้ไปเรื่อยๆ ก็แต่งแบบธรรมดา เสื้อแขนยาว กางเกง ( จำไม่ได้อ้ะค่ะ จำได้แต่ไม่ได้พิถีพิถันอะรัยมาก) ช่วงนั้นเป็นเดือน พย อากาศเริ่มหนาวค่ะ ต้องใส่แจ็คเกตด้วย
ส่วนพ่อพระเอก นัดไว้ใส่เสื้อสีเหลือง คงหาไม่อยากหรอก เพราะเค้าสูงงัย แต่สีเสื้อก็ช่วยนะ ส่วนเราหาไม่ยากหรอก คนเอเชีย ไม่ได้มีแยะ ว่าแล้วก็ถึงเวลาที่จะไปเจอกัน
หลังจากนางเอกแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ใส่แว่นตากันแดด ก็กระโดดขึ้นรถ ขับรถไปยังสถานที่นับพบ ไม่เกิน 5 นาทีก็ถึง จอดรถ นางเอก ใจเต้น ตุ๊มๆ ต่อมๆ สุดหายใจลึกๆ แล้วเดินเข้ามอล เดินดิ่งไปที่หน้าห้างเจซีเพนนี
ทันทีที่เปิดประตู เดินเข้าไป อุ๊ย ทำมัยในมอลมันมืดๆอย่างงี๊อ้ะ ไฟดับเหรอเนี่ย อุ๊ยเป่าเหรอก ดั๊นลืมถอดแว่นกันแดด แหะๆ มัวแต่เก๊ก นางเอกก็มองไปที่หน้าห้างข้างในตัวมอลอีกที แถ่น แท๊น ตอนนั้นแทบจะไม่มีคนเลย สายตานางเอกก็ไปสะดุดตรงที่ยีราฟ เอ๊ยที่ผู้ชายคนหนึ่ง ตัวสูงปริ๊ดเรย มันมีอยู่คนเดียวอ่า ใส่เสื้อสีเหลืองด้วย ใช่แหงๆเรย ส่งรอยยิ้มมาให้เรา และเค้าเดินตรงดิ่งมาหาเราทันที
เราเองก็เดินไปหาเค้าเช่นกัน พร้อมส่งรอยยิ้มตอบกลับไป แล้วเค้าก็ทักทาย
พระเอก สวัสดีครับ แพทตี้ใช่มั๊ย ( พร้อมยื่นมือมาจับทักทาย )
นางเอก สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ และคุณคือ อีริคใช่มั๊ยคะ ( ยื่นมือไปจับทักทายตอบ 1 วินาที )
นางเอก มาคอยนานหรือยังคะ
พระเอก ยังไม่นานครับ
นางเอก ยิ้มอย่างเดียว

ครั้งแรกที่เห็นหน้าตาพระเอก ก็ เออแฮะ หน้าตาใช้ได้นะ แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะรัย ก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นคนอะรัย ยังงัย ไม่รู้ว่าเค้าดีหรือไม่ดี เราก็ชวนกันไปทานอาหารมื้อแรก ที่ร้านพาสต้า จำได้ว่าเราสั่งพาสต้ากุ้งเหมือนเค้าเลย ็คุยกันเรื่องทั่วๆไป แต่เราไม่ค่อยมองหน้าเค้าหรอก ไม่ได้สนใจ ในใจตอนนั้น อยากเดินดูของมากกว่า และที่สำคัญเราเขินๆอ้ะ
หลังจากทานอาหารเสร็จ ซึ่งนางเอกทานไม่หมดหรอก แต่กินกุ้งหมด เหลือแต่เส้น อิอิ เราก็ไปเดินดูของกัน จำได้ว่าเดินทั่วห้างเลย เดินหลายรอบมาก จนมาสะดุดตรงโรงหนัง เค้าก็ชวนไปดูหนัง เราก็เออตกลง ( ใจง่ายจริงวุ๊ย ) ป่าวหรอกพอดีอยากดูเรื่องวิ่งสู้ฟัดอยู่พอดี ตอนนั่งดูหนังเราก็นั่งแบบพยายามให้ห่างสุดๆ ตอนเดินดูของก็เดินแบบห่างมักๆ แบบเดินนำ เหมือนมาคนเดียว ระหว่างดูหนังเราก็คุยนิดหน่อย ตอนนั้นเราเริ่มไม่สบาย ไอค๊อก ไอแค๊ก เค้าก็เป็นห่วงเป็นใย อาสาไปหาน้ำมาให้กิน เราก็เออ มีน้ำใจดีนะ
ดูบุคลิกลักษณะ เค้าเป็นคนเรียบร้อย ท่าทางอ่อนโยน แววตาดูดบอุ่น ไม่หลุกหลิก เวลาฟังทางโทรเนี่ย เราก็พอเดาออกนะ แต่ไม่แน่ใจ ต้องลองดู ลองคบกันไป วันนี้ก็เป็นแค่วันแรก ยังสรุปอะรัยไม่ได้หรอก ก็แค่รู้สึกว่าเค้าเป็นคนน่ารักดี คุยสนุก บอกตรงๆเลยว่า บุคลิกแบบนี้เนี่ย สเปคเราเลยแหละ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดอะรัย
หลังจากดูหนังเสร็จ เราก็ขอตัวกลับ เค้าเองต้องไปทำงานด้วย เค้าก็เดินไปส่งเราที่รถ
การเจอกันครั้งนั้นก็รู้สึกว่าดีนะ ไม่อึดอัดเลย ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เค้าก็เดินไปส่งเราที่รถ โดยที่เราไม่ได้คิดอะรัย เพราะตอนนั้นไม่อยากมีความรักไม่อยากหา เฉยๆ เฉื่อยๆ ชาๆ ยังงัยก็ไม่รู้ ในหัวสมอง คิดแต่เรื่องเรียน งาน และเพื่อนจริงๆค่ะ
ความรักถ้ายิ่งไขว่คว้า ยิ่งวิ่งหนี แต่ถ้าเราอยู่เฉยๆ มันก็จะมาเอง เห็นทีมันจะเป็นจริงก็คราวนี้แหละค่ะ

ครั้งแรกที่เจอก็ไม่ได้คิดอะรัย ยังคงดำเนินชีวิตยุ่งๆไปตามปกติ จนกระทั่งครั้งที่สอง เค้าขอเจออีก คราวนี้เอาสวนสนุกมาล่อ โอ้ เข้าเป้าเลย เราอยากไปมากๆ ตั้งใจไว้แล้วว่าอยากจะชวนเพื่อนไปถ้ามีโอกาส ว่าแล้วเราก็เอาก้างไปสองหน่อ เป็นเพื่อนรุ่นน้องเราเอง เค้าเพิ่งเป็นแฟนกัน และเแล้วเราก็ไปกัน 4 คน เหอๆๆๆๆ ป้องกันไว้ก่อง กลัวจะถูกหลอกเอาไปขาย
เราก็นัดให้ทุกคนมาเจอกันที่บ้านเรา โอ้ พระเจ้าจอร์จ เค้ามาพร้อมกับดอกกุหลาบแดงช่อโต แถมยังเอาแจกันมาให้ด้วย รอบคอบเจงๆๆๆ เรานี้อึ้งไปเรย เพื่อนบ้าที่ไหนจะเอาดอกกุหลาบแดงช่อโตมาให้กันฟระ
เค้า สวัสดีครับ ดอกไม้สำหรับคุณครับ
เรา เอ้อ ( อึ้ง ) ขอบคุงค่ะ โห ดอกเดียวก็พอละมั๊งคะ จริงๆแล้ว มะต้องก็ได้ค่ะ แต่ยังงัยก็ขอบคุงมากๆนะคะ
เค้า ยิ้ม
เรา ยิ้ม ( นึกในใจ เฮ้ย มาไม้ไหนเนี่ย สับสนๆ )
เค้า อ้อ นี่ครับแจกัน เผื่อคุณไม่มี
เรา อุ๊ย ขอบคุณค่ะ แหม รอบคอบจริงๆนะคะ
( นึกในใจ ชั้นมีเป็นตันย่ะ แหม มีคนเอาดอกไม้มาให้ออกบ่อย ฮึ )
กริ๊ๆ เป่าร๊อก เราชอบจัดดอกไม้น่ะ แล้วโฮสมัมเราก็มีแจกันเอยะแยะด้วย
เราทำตัวมะค่อยถูกอ้ะ พอรู้ว่าถูกปิ๊ง มันเร็วไปเนอะ เราก็พยายามทำตัวปกติ เค้าก็ทำตัวปกติอ้ะ คุย เล่น เป็นธรรมชาติ เราก็ไม่ได้อะรัยมากมาย ส่วนมากเราจะเดินกะเพื่อนรุ่นน้องหญิง เค้าก็ไปเข้าคู่กะแฟนรุ่นน้อง แต่พอต้องนั่งชิงช้า เพื่อนรุ่นน้องดันไปนั่งด้วยกันอ่า เราก็เลยต้องนั่งคู่กะเค้า

ชิงช้ามันก็หมุนช้าสมชื่อ บรรยากาศดีมาก อากาศดี๊ ดี แอบมองดูเค้า เค้าก็น่ารักดีนะ แบบว่า อบอุ่น เป็นคนมองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นคนที่ใจดีมากๆ เพื่อนรุ่นน้องทีหลังแอบมากระซิบบอกเลยว่า ท่าทางเค้าเป็นคนดีนะ ( เออๆ จริงๆไม่ต้องกระซิบก็ได้ ต่อให้พูดดังๆตรงหน้าเค้าก็ไม่รู้เรื่องร๊อก )
เราก็เล่นโกคาร์ทกันน่ะ อืมหนุกดี แอบมาชนเราหลายรอบด้วย เราขับมะค่อยเก่งอา ชวนเราไปเล่นรถไฟเหาะตีลังกา บอกศาลาเจ้าค่ะ ก็เลยไปจับคู่กะแฟนเพื่อน ปล่อยให้เรานั่งเมาท์กะเพื่อนรุ่นน้องหญิงไปอย่างเมามัน
พวกเราก็เล่นกันหลายอย่างมากเลยค่ะ มีเล่นเกมส์ได้ตุ๊กตาด้วย แล้วเราก็ไปหยุดถ่ายรูปกัน มันต้องแต่งตัว มีชุดให้เลือก เราก็เลือกได้ชุดอย่างที่เห็นอ้ะค่ะ กว่าจะถ่ายได้หัวเราะกันตัวงอ ก็คนถ่ายอ้ะ ให้แอ๊คท่าโน๊น ท่านี่ ตล๊ก ตลก เกือบจะไม่ถ่ายแระ แต่พอดีเพื่อนรุ่นน้องถ่ายด้วยก็เลยหนุกกันใหญ่ หัวเราะกันเอง ไม่งั้นคงเขินแย่ อ้ะ..ไปดูรูปกัน ตอนนั้นยังผอมเพรียวทั้งคู่

กลับมาเหนื่อยสุดๆ แต่สนุก เป็นกันเอง เค้าเข้ากับเพื่อนเราได้ดีมากเลย ไม่มีรำคาญ ไม่มีเสเสร้ง เราประทับใจมากๆ ก็ตรงนี้แหละค่ะ เลิฟ มี เลิฟ มาย เฟรนด์ นั่นเป็นครั้งแรกที่เค้าทำให้เรารู้สึกหวั่นไหว นั่นเป็นครั้งแรกที่เราคิดไม่อยากมีใคร กำลังเบื่อหน่ายกับความรัก แต่เค้าก็เข้ามาทำให้เราสบายใจ เรารู้สึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน แต่..ยังหรอก ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล
เราทำไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ถ้าเราอยากจะชอบใครสักคน เราต้องเผื่อใจให้มากๆ เพราะเรื่องความรัก มักมากับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ถ้าคนนั้นไม่ใช่ ....แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เผื่อใจไว้แต่เริ่มต้น ไม่ว่าอะรัยจะเกิดขึ้น เราจะไม่เจ็บมากเหมือนที่ผ่านมาอีก

หลังจากกลับมาก็.. รู้สึกดี เค้าดูเป็นคนดี ใจดี นิ่งๆ เงียบๆ อารมณ์ดี ไม่เสแสร้ง คุยด้วยแล้วสบายใจดีจัง ไม่รู้สิ สับสน เค้าเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว ไม่ได้คาดหวังอะรัย สำหรับเราแล้ว ขอแค่คนที่เข้ากับเราได้ คบกันแบบเป็นกันเอง คือมันจะรู้นะ ถ้าคนๆนั้น ใช่หรือไม่ใช่ แค่ครั้งสองครั้งก็บอกได้แล้ว สำหรับเค้าแล้ว บอกได้เลยว่ามันแปลก ไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างนี้มาก่อน ไม่เคยเลยจริงๆ รู้สึกเหมือนคลิก เหมือนมันโดนใจ ยังงัยยังงั้น เหมือนความเป็นเพื่อน ถ้าเราอยากจะคบเพื่อนสักคน มันต้องคล้ายๆแบบนี้ใช่มั๊ย เราไม่ได้ไปไกลถึงขนาดที่ต้องมารักกันเป็นแฟน แค่..เพื่อนที่ดี เราก็พอใจแล้วล่ะ
เราอยากให้เวลากับตัวเองบ้าง เพราะที่ผ่านมา..บอกได้ว่า หัวใจมันบอบช้ำเหลือเกิน ไม่อยากไปสะกิดตรงที่มันช้ำ กลัวว่าสักวันใจมันจะไม่เหลือไปรักใครได้อีก อยากจะฝังอดีตไว้ แต่ไม่ใช่ว่า..เราจะไม่ให้โอกาสกับตัวเองอีก เราให้..ให้โอกาสกับตัวเองเสมอ แต่เราจะก้าวไปอย่างระมัดระวัง และใช้เวลาอย่างช้าๆ เราเหนื่อย แค่อยากจะหลับตาและพัก ทำในสิ่งที่เราควรทำ ตั้งใจเรียน ทำงาน และเป็นลูกที่ดี
เราก็คุยกับเค้าเป็นปกติ แต่ไม่ได้คุยกันนานนักเพราะช่วงหลังจากนั้นยุ่งมาก เรียนหนัก ต้องไปห้องสมุด ค้าคว้าหาหนังสือ ค้นคว้าทางเนทเพื่อหาข้อมูลทำรายงาน ไหนจะต้องทำงานอีก เค้าก็เข้าใจ ไม่ได้โทรมารบกวน เค้าจะโทรมาถามเป็นครั้งเป็นคราวอย่างห่วงใย จำได้ว่าเค้าไปหาพ่อเค้ามีวิสคอนซิน เค้าจะโทรมารายงานตลอดว่า ถึงไหนๆแล้ว อืม..ก็น่ารักดี

เราก็รู้สึกดีนะ เค้าไม่ได้โทรตาม โทรจิกเหมือนผู้ชายหลายๆคน ส่วนมากเค้าจะเป็นฝ่ายให้เราโทรไปมากกว่า แต่เราไม่ค่อยโทรหรอก ส่วนมากจะทักกันเวลาออนไลน์ แค่นั้นก็พอแล้วในตอนนั้น จุดมุ่งหมายในตอนนั้นก็คือ..เรียนให้จบ ให้ได้เกรดดีๆ ตอนนั้นกลัว..กลัวว่าถ้ามีแฟนแล้ว จะทำให้การเรียนตกอีก
บอกกับตัวเองว่า..ต้องระวัง ต้องไม่ให้เหมือนที่ผ่านมา
การทีเราจะมีเพื่อนใหม่สักคน..มันก็ดีนะ..โดยเฉพาะคนที่ทำให้เรารู้สึก..คบแล้วสบายใจ
บอกได้เลยว่า.. ไม่เคย ไม่เคยรู้สึกโดนใจแบบนี้..กับใครมาก่อน
พอคบไปได้สักพักนึงก็รู้สึกว่าเรามีอะไรที่เข้ากันได้หลายๆอย่าง คบแล้วสบายใจ
ก็เลยตกลงใจที่จะคบเป็นแฟนควงแขนกันค่ะ 
ตกลงตอนไหนน่ะเหรอ จำได้ว่าเค้าขอจุ๊บแก้มจ้า แต่ว่าโดนขโมยจุ๊บปากไป 1 วินาที เขิลมากๆ
ก็เลยเลยตามเลย อิอิ
จบแล้ว

ขอพักไดชั่วคราวนะคะ ตอนนี้ลูกปิดเทอมน่ะค่ะ
แต่ว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนๆเหมือนเดิมเมื่อมีโอกาสนะคะ ขอบคุณค่ะ

อันคนเราเกิดมาค่าไม่ต่าง จะผิดแผกแปลกบ้างต่างภาษา
ต่างความรู้รูปร่างต่างหน้าตา รวยจนกว่านั้นจะต่างก็ช่างมัน
ค่าของคนอยู่ที่ผลความดีชั่ว กอปรกิจตัวกิจสังคมน่าชมนั่น
แม้ยากจนก็ยังเป็นคนเช่นกัน จึงสร้างของตนนั้นด้วยความดี

|